ความสำคัญและพันธกิจ
ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความตกลงปารีส ซึ่งกำหนดเป้าหมายร่วมกันของโลกในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภาคธุรกิจทั่วโลกต่างเผชิญความท้าทายในการปรับตัวต่อผลกระทบด้านภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย กฎหมาย และมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคต (Transition Risks)
บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบและความเสี่ยงดังกล่าวต่อการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น กลาง และยาว จึงได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน รวมถึงติดตามแนวโน้มมาตรฐาน กฎระเบียบ และข้อกำหนดใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อันเป็นความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างยั่งยืน บริษัทฯ มุ่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศตามแนวทางสากล พร้อมกำหนดมาตรการและโครงการด้านพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศและมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network : TCNN) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคท้องถิ่น/ชุมชน ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ การเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาคมโลกภายใต้ความตกลงปารีส ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
โครงสร้างการกำกับดูแลบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
คณะกรรมการบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นกลไกกำกับดูแลระดับสูงสุดในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและโอกาสที่องค์กรต้องเผชิญในระยะสั้น กลาง และยาว ตลอดจนบูรณาการการบริหารจัดการประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเข้าไว้ในระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กรและการควบคุมภายในอย่างเป็นระบบ และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดย่อยและฝ่ายบริหารทำหน้าที่กำกับติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยครอบคลุมประเด็นด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการผลกระทบจากความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
ฝ่ายบริหารทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายและกลยุทธ์ที่คณะกรรมการกำหนด พร้อมรายงานความก้าวหน้าและความท้าทายต่อคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจและการกำกับดูแลที่ทันท่วงที โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ฝ่ายตรวจสอบภายในมีบทบาทสำคัญในการประเมินความสอดคล้องและประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่กำหนดไว้ ดังนั้น การกำกับดูแลเชิงรุกของคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสนับสนุนให้องค์กรสามารถปรับตัว รับมือ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความซับซ้อนในปัจจุบัน ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยได้เปิดเผย หัวข้อ ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดย่อย ในรายงานประจำปีแบบ 56-1 One Report 2568
โครงสร้างการกำกับดูแลทางด้านความยั่งยืนเป้าหมายและผลการดำเนินงาน
| เป้าหมาย | ปี 2568 | ระยะสั้นปี 2573 | ระยะยาวปี 2593 |
|---|---|---|---|
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 จากกิจกรรมการดำเนินงานเมื่อเทียบกับปีฐาน (2567) | ร้อยละ 1 | ร้อยละ 25 | มากกว่า ร้อยละ 90 |
| อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงาน เมื่อเทียบกับปีฐาน (2567) | ลดลง ร้อยละ 1 | ลดลง ร้อยละ 25 | ลดลง ร้อยละ 90 |
ตามที่บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero Green House Gas Emission) ภายในปี 2608 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเดิมของประเทศไทย แต่เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จากปี 2608 เป็น ปี 2593 ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้มีการปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 25 ภายในปี 2573
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 25 ภายในปี 2573
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ทั้งสิ้น 6,554.54 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรขอบเขตที่ 1 และ 2 เทียบกับปีฐาน 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.07
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมทั้งสิ้น 123.53 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
กลยุทธ์การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการและดำเนินกิจการให้สอดคล้องกับทิศทางของการดำเนินงานของธุรกิจในอนาคตเพื่อมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและสังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้แนวคิด “วัด ลด ชดเชย” ซึ่งในปีก่อนหน้าได้ดำเนินการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ดำเนินกิจการ เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้อย่างเหมาะสมจากแนวคิด “วัด ลด ชดเชย” บริษัทฯ ได้นำมาพัฒนาเป็นกลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Strategy) ภายใต้แนวคิด “SPI+ 10” ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานทั้งด้านพลังงาน กระบวนการผลิต การลงทุนเชิงกลยุทธ์ และการชดเชยคาร์บอน โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
| พื้นที่ดำเนินกิจการ | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (หน่วย: Ton Co2e) | |||
|---|---|---|---|---|
| ขอบเขตที่ 1 | ขอบเขตที่ 2 | ขอบเขตที่ 3 | อื่นๆ | |
| สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ | 113.43 | 53.72 | 111.18 | 78.07 |
| สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา | 177.75 | 1,322.71 | 260,900.91 | 8.26 |
| สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี | 260.60 | 1,978.83 | 517.46 | 10.36 |
| สนามกอล์ฟกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี | ||||
| สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน | 119.14 | 849.92 | 329.73 | 4.14 |
| สนามกอล์ฟหริกุญชัย สปอร์ตคลับ จ.ลำพูน | ||||
| สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด | 15.31 | 47.89 | 25.92 | 9.48 |
| เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ จ.ชลบุรี | 886.43 | 728.81 | 4,068.40 | 0.16 |
| รวมปริมาณการใช้ทั้งหมด | 1,572.65 | 4,981.89 | 265,953.60 | 110.47 |
| รวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขององค์กรทั้งหมด (ขอบเขตที่ 1 + 2 + 3) |
272,618.61 | |||
ขั้นตอนการประเมินระดับผลกระทบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัท ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) และ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) โดยพิจารณาจากที่ตั้งของสถานที่ดำเนินกิจการทั้ง 8 พื้นที่
| พื้นที่ดำเนินกิจการ | ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) | ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) | |
|
|
|
การประเมินความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้หลักการ Scenario Analysis ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ในอนาคตที่แตกต่างกัน (Multiple Climate Futures) การประเมินดังกล่าวใช้เครื่องมือ WWF Risk Filter Suite ซึ่งพัฒนาโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund: WWF) เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินสามารถระบุ คัดกรอง และประเมินความเสี่ยงด้านธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นระบบ โดยเครื่องมือนี้มีความสอดคล้องกับกรอบการรายงานมาตรฐานสากล การประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงของบริษัทฯ พิจารณาจากชุดข้อมูลฉากทัศน์ด้านภูมิอากาศและสังคม–เศรษฐกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ประกอบด้วย
- Representative Concentration Pathways (RCPs) คือ ชุดฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ถูกพัฒนาโดยคณะทำงานด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างรัฐบาล (IPCC) เพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
- Shared Socioeconomic Pathways (SSPs) คือ ฉากทัศน์ที่อธิบายแนวโน้มการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสถาบัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเปราะบาง และศักยภาพในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ
| Optimistic (มองโลกในแง่ดี) | Current Trend (แนวโน้มปัจจุบัน) | Pessimistic (มองโลกในแง่ร้าย) |
|---|---|---|
| Moderate emissions RCP2.6 / RCP4.5 | Intermediate emissions RCP4.5 / RCP6.0 | High emissions RCP6.0 / RCP8.5 |
| มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างเหมาะสม เพื่อให้การปล่อยลดลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2050 | มีมาตรการลดการปล่อยในระดับกลาง ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงจุดสูงสุดประมาณกลางศตวรรษ และเริ่มลดลงหลังจากนั้น | ดำเนินการแบบ “ธุรกิจตามปกติ” (Business-as-usual) ซึ่งหมายถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะยังคงเพิ่มขึ้นตลอดศตวรรษที่ 21 |
| อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกมีแนวโน้มว่าจะ ไม่เกิน 2°C ภายในสิ้นศตวรรษที่ 21 | อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกมีแนวโน้มว่าจะ เกิน 2°C ภายในสิ้นศตวรรษ ที่ 21 | อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกมีแนวโน้มว่าจะ เกิน 4°C ภายในสิ้นศตวรรษที่ 21 |
บริษัท ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในแต่ละสถานที่ดำเนินการของบริษัท โดยใช้หลักการ Scenario Analysis เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงทางกายภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2030 (Short-Term) และ 2050 (Long-Term) นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) จากประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การเงิน และกฎหมาย/กฎระเบียบ โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ความเข้มงวดของมาตรฐานสิ่งแวดล้อม แนวโน้มเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ตลอดจนข้อกำหนดการรายงานตามมาตรฐานสากล
ผลการประเมินสะท้อนทั้งผลกระทบด้านต้นทุนและการปรับตัวของผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรม รวมถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการจัดการทรัพยากรและพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินไปกำหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง การปรับปรุงระบบการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน/ผู้บริหาร
มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนภายในองค์กร
ลูกค้า
สนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ชุมชนและสังคม
ได้รับประโยชน์จากโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษ
ภาครัฐ
กำกับดูแลและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
คู่ค้า
มีส่วนร่วมในการใช้วัตถุดิบและพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
