ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจจำเป็นต้องใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในการดำเนินงานหลักขององค์กร บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบด้านต้นทุนความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่ให้ความสำคัญต่อพลังงานสะอาดและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประกาศนโยบายพลังงาน พร้อมดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกกระบวนการควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาดมากขึ้น การปรับปรุงระบบการทำงาน การนำเทคโนโลยีด้านการอนุรักษ์พลังงานมาใช้ และการส่งเสริมพฤติกรรมประหยัดพลังงานภายในองค์กร เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นโยบายพลังงาน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย ปี 2568 ระยะสั้นปี 2573 ระยะยาวปี 2593
เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเมื่อเทียบกับปีฐาน (2567) ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 1 ร้อยละ 25 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90
อัตราการใช้พลังงานต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงาน เมื่อเทียบกับปีฐาน (2567) ลดลง ร้อยละ 1 ลดลง ร้อยละ 25 ลดลง ร้อยละ 90

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

สามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถลดได้มากกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ 1% ประกอบด้วย

สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ร้อยละ 1.76

สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.73 เมื่อเทียบกับปีฐาน

อัตราการใช้พลังงานต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับปีฐาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้

โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม

การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ระบบนิเวศบนบก

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานภายในองค์กร

จากการวิเคราะห์ปริมาณการใช้พลังงานในกิจกรรมหลักทางธุรกิจของบริษัทฯ พบว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ในการดำเนินงาน และเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) ในสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอื่นขององค์กร ดังนั้น การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานจากกิจกรรมทางธุรกิจและกิจกรรมสนับสนุนต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดจำนวน 8 พื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ พื้นที่สนามกอล์ฟ และพื้นที่ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทฯ การรวบรวมข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมการใช้พลังงานทุกประเภทในทุกหน่วยงานขององค์กร รวมถึงตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นทั้งต้นทุนหลักในการดำเนินธุรกิจและเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของบริษัทฯ และเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) ภาพรวมการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานในปีนี้ มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้ารวม 39.83 ล้านเมกะจูล หรือ 11,063,013.66 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และปริมาณการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 9.41 ล้านเมกะจูล รวมการใช้พลังงานทั้งสิ้น 49.24 ล้านเมกะจูล ในปีนี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนต่อไฟฟ้า ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ร้อยละ 1.76 ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่บริษัทฯ กำหนดไว้

ปริมาณการใช้พลังงาน (ไฟฟ้า/เชื้อเพลิง)

พื้นที่ดำเนินกิจการ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง
พลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานไฟฟ้าผลิตจากพลังงานทดแทน LPG (กิโลกรัม) น้ำมันดีเซล (ลิตร) น้ำมันเบนซิน (ลิตร)
สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ 113,103.51 - - 12,988.96 40,095.44
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา 3,165,299.88 122,079.82 - 48,912.22 17,575.62
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี 2,828,397.07 4,793.11 - 31,545.66 1,419.19
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน 1,691,135.48 - 45.00 17,535.70 3,061.00
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด 100,823.70 - - 3,275.83 2,055.15
เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ จังหวัดชลบุรี 1,534,343.25 - 8,160.00 702.74 522.02
สนามกอล์ฟกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จังหวัดปราจีนบุรี 1,342,358.00 67,297.56 7,440.00 32,853.66 18,274.00
สนามกอล์ฟหริภุญชัย กอล์ฟคลับ จังหวัดลำพูน 98,175.40 - 828.00 8,216.56 4,771.00
รวมทั้งสิ้น 10,868,843.18 194,170.49 16,473.00 156,031.33 87,773.42

การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

บริษัทฯ ตระหนักว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการดำเนินงานส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานขององค์กร ความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (GHG Scope 2) รวมถึงความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกหน่วยงาน พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน และการดำเนินโครงการส่งเสริมพฤติกรรมประหยัดพลังงานในองค์กร

การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนกลางของเครือสหพัฒน์
  • ปรับเปลี่ยนระบบให้แสงสว่างบริเวณถนนภายในสวนอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยใช้หลอด LED ทดแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ และมีระบบแสงโซลาร์เซลล์ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้
  • จัดให้มีระบบการควบคุมการเปิด - ปิด อัตโนมัติ ของระบบแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลางของเครือสหพัฒน์
  • ปรับปรุง/ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าและเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด
การใช้ไฟฟ้าในระบบการผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม
  • มีการวางแผนการซ่อมบำรุงเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง และตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ปรับเปลี่ยนเวลาเดินเครื่องจักรให้มีความเหมาะสม
การใช้ไฟฟ้าในระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ปรับระยะเวลาการเดินระบบให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียที่เข้าระบบและระยะเวลาการเดินอากาศให้เหมาะสมกับคุณภาพน้ำเสียที่เข้าระบบบำบัด
  • จัดให้มีการวางแผนการซ่อมบำรุง/ตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ปกติ
  • มีระบบการบริหารจัดการพลังงาน (ISO 50001) เพื่อให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้ไฟฟ้าในระบบหมุนเวียนน้ำและการรีไซเคิล
  • ตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ปกติ และปรับปรุง/ซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ใช้พลังงานมากในระบบสูบน้ำ
  • เพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดในระบบการสูบน้ำ
การใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน
  • ส่งเสริมให้พนักงานร่วมกันประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงาน เช่น ปิดไฟส่องสว่าง ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ระหว่างเวลาพักหรือเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • กำหนดอุณหภูมิในการเปิดระบบปรับอากาศ หรือระบบทำความเย็นภายในสำนักงานไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน/ผู้บริหาร

มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในสำนักงาน

ลูกค้า

มีความต้องการใช้พลังงานสะอาดและใส่ใจผลกระทบจากการใช้พลังงาน

คู่ค้าและซัพพลายเออร์

มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการใช้พลังงาน

ภาครัฐ

มีการส่งรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เอกสารที่เกี่ยวข้อง