ความสำคัญและพันธกิจ

ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแก่ลูกค้าภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็น เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงในการให้บริการ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการวางแผนและบริหารจัดการน้ำตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะขาดแคลนน้ำทั้งในระดับพื้นที่และระดับองค์กร รวมถึงลดความเสี่ยงจากปัญหาการเข้าถึงทรัพยากรน้ำหรือการแย่งชิงน้ำที่อาจเกิดขึ้น หากขาดการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งบริษัทฯ และผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านน้ำ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย ประจำปี 2568

  • น้ำที่บำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ร้อยละ 20
  • ลดการซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้ในกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ ร้อยละ 10
  • ข้อร้องเรียนเรื่องปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ 0 กรณี

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

น้ำที่บำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ร้อยละ 44.21

ลดการซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้ในกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ ร้อยละ 11.42

ข้อร้องเรียนเรื่องปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ 0 กรณี

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล

การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

ระบบนิเวศบนบก

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้จัดทําแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยมีการติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดหาแหล่งนํ้า ทั้งแหล่งน้ำผิวดิน นํ้าบาดาล รวมถึงการซื้อน้ำจากผู้ให้บริการในบางพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนการสำรองน้ำ เพื่อการใช้ในกิจกรรมการดำเนินงาน และให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

ปริมาณการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ ของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์

พื้นที่ดำเนินกิจการ ปริมาณการใช้น้ำ (ลูกบาศก์เมตร)
ปี 2568 ปี 2567 ปี 2566
สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ พื้นที่เช่า (จ่ายเหมาบริการ)
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา 24,984.00 2,351,580.33 2,643,855.40
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี 11,626.00 2,585,877.00 2,959,896.72
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน 24,529.00 1,984,891.00 2,086,699.00
สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด 1,488.00 40,356.36 33,970.00
เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ จังหวัดชลบุรี 16,712.10 15,203.00 13,832.00
สนามกอล์ฟกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จังหวัดปราจีนบุรี 13,699.00 9,151.00 12,295.00
สนามกอล์ฟหริกุญชัยสปอร์ตคลับ จังหวัดลำพูน 4,988.00 4,369.00 3,366.00
รวมปริมาณการใช้น้ำทั้งสิ้น 98,026.10 6,991,427.69 7,753,914.12

ในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการใช้น้ำรวมจากทุกแหล่งน้ำในพื้นที่ดำเนินงานทั้ง 8 แห่ง จำนวน 98,026.10 ลูกบาศก์เมตร ลดลงร้อยละ 98.6 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยการลดลงของปริมาณการใช้น้ำดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและขอบเขตการควบคุม โดยตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา การผลิตและบริหารจัดการระบบน้ำประปาภายในสวนอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท อีสเทิร์น ไทย คอนซัลติ้ง 1992 จำกัด ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทฯ ในรอบปีรายงาน

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้น้ำที่รายงานในปี 2568 จึงสะท้อนเฉพาะการใช้น้ำจากกิจกรรมหลักของบริษัทฯ ภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานปัจจุบัน โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ให้บริการ

การประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำ

เพื่อประเมินและจัดการความเสี่ยงด้านน้ำในระยะยาว บริษัทฯ ได้นำข้อมูลฉากทัศน์จากเครื่องมือ WWF Water Risk Filter มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ โดยเครื่องมือนี้พัฒนาฉากทัศน์ความเสี่ยงจากการผสมผสานระหว่าง ฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ IPCC (Representative Concentration Pathways – RCP) และ ฉากทัศน์การพัฒนาทางสังคม–เศรษฐกิจ (Shared Socioeconomic Pathways – SSP) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสำหรับปี 2030 และ 2050 เครื่องมือ WWF Water Risk Filter กำหนดฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่:

  • ฉากทัศน์เชิงบวก (Optimistic): RCP 2.6 – 4.5 ร่วมกับ SSP1 สะท้อนโลกที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
  • ฉากทัศน์ตามแนวโน้มปัจจุบัน (Current Trend): RCP 4.5 – 6.0 ร่วมกับ SSP2 เป็นเส้นทางที่โลกพัฒนาไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับปานกลาง และยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำเพิ่มขึ้นในบางภูมิภาค
  • ฉากทัศน์เชิงลบ (Pessimistic): RCP 6.0 – 8.5 ร่วมกับ SSP3 สะท้อนสถานการณ์ที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศลดต่ำลง ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านน้ำรุนแรงมากขึ้นทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และการแข่งขันการใช้น้ำ

ชุดข้อมูลฉากทัศน์ในแต่ละรูปแบบถูกพัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลปี 2020 ซึ่งเป็นค่าความเสี่ยงปัจจุบันของลุ่มน้ำ (Baseline) และเพิ่มเติมด้วยการเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์จากแบบจำลองในอนาคต เพื่อให้บริษัทฯ สามารถประเมินผลกระทบและเตรียมกลยุทธ์ด้านน้ำได้ครอบคลุมมากที่สุด

ผลจากการประเมิน ภาวะขาดแคลนน้ำ หรือ ความไม่เพียงพอของทรัพยากรน้ำ (Water Scarcity) ของพื้นที่ดำเนินกิจการทั้ง 8 พื้นที่ เพื่อประเมินปริมาณน้ำที่มีอยู่ต่อความสามารถในการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ระบบนิเวศ หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเพียงพอ พบว่า มีค่าระดับความเสี่ยงอยู่ระหว่าง 2.3 – 4.1 เท่ากับความเสี่ยงอยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลาง – ความเสี่ยงสูง

มาตรการและแนวทางในการบริหารความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำ

เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการขาดแคลนทรัพยากรน้ำในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ จึงได้จัดให้มีมาตรการป้องกันและ ลดผลกระทบเพื่อการจัดการความเสี่ยงต่อการขาดแคลนทรัพยากรน้ำและการแย่งชิงทรัพยากรน้ำในพื้นที่ ดังนี้

  • จัดให้มีบ่อหรือระบบเก็บน้ำสำรองให้ใช้ภายในพื้นที่อย่างเพียงพอ และสามารถสำรองน้ำใช้ตามความต้องการภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ซึ่งมีขนาดความจุตั้งแต่ 120,000 – 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร
  • ติดตั้งระบบการบำบัดน้ำประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ได้น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วมาใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์
  • หมุนเวียนการใช้น้ำภายในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เช่น น้ำที่บำบัดแล้วมาใช้ในกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือพื้นที่สีเขียวภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ และสนามกอล์ฟ
  • จัดทำสัญญาซื้อ - ขาย น้ำดิบในระยะยาวกับผู้ให้บริการน้ำดิบของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์
  • พัฒนาเทคโนโลยีหรือโครงการผ่านกิจกรรมการส่งเสริมเพื่อลดการใช้น้ำหรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ

การหมุนเวียนการใช้น้ำภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์

บริษัทฯ ดำเนินงานตามเกณฑ์และตัวชี้วัดของการเป็น “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” โดยตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำผ่านการนำน้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุด ตามหลักการ Zero Discharge เพื่อลดการพึ่งพาน้ำดิบและลดการดึงน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ จึงดำเนินการควบคุมและติดตามคุณภาพน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ตลอดจนถึงเรื่องการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทฯ เช่น การรดน้ำในพื้นที่สีเขียว การล้างทำความสะอาด หรือการใช้น้ำในกระบวนการอื่นที่เหมาะสม ความมุ่งมั่นดังกล่าวนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบของบริษัทฯ ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพื้นที่อุตสาหกรรมในระยะยาว

แผนภาพการหมุนเวียนการใช้น้ำภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์

แผนภาพการหมุนเวียนการใช้น้ำภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน/ผู้บริหาร

ปฏิบัติตามแนวทางการประหยัดนํ้าและการใช้นํ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ลูกค้า

ได้รับบริการด้านสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ชุมชนและสังคม

ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการบริหารจัดการนํ้าของบริษัทฯ

ภาครัฐ

ควบคุม กำกับ และตรวจสอบมาตรฐานด้านนํ้าและ คุณภาพนํ้าทิ้ง

คู่ค้า

ให้ความร่วมมือในแนวทางการใช้ทรัพยากรนํ้าอย่างยั่งยืน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง