ความสำคัญและพันธกิจ
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายคุณภาพ “คนดี สินค้าดี สังคมดี” ที่เป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยความเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาคู่ค้าให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยยึดตามหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดจนจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใสและมีมาตรฐาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยง อันนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย ประจำปี 2568
- สัดส่วนคู่ค้าหลักรายสำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Supplier - Tier 1) รับทราบและตอบรับจรรยาบรรณคู่ค้า 100%
- สัดส่วนคู่ค้าหลักรายสำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Supplier - Tier 1) ได้รับการประเมินตนเองเรื่องการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจสำหรับคู่ค้า 100%
- ระยะเวลาในการชำระหนี้ให้แก่คู่ค้า ไม่เกิน 60 วัน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการแจ้งและให้คู่ค้าหลักรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าตามเป้าหมายที่กำหนด 100%
คู่ค้าหลักรายสำคัญที่ทำธุรกิจสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีการตอบรับจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า 100%
ระยะเวลาเฉลี่ยของการชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าอยู่ที่ 67 วัน ซึ่งไม่เกินระยะเวลาการชำระหนี้
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ได้ทำการจัดกลุ่มคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน (Tier - 1 Supplier) โดยคัดกรองและพิจารณาจากกลุ่มคู่ค้าที่รายสำคัญที่ทำธุรกิจสนับสนุนการดำเนินงานหลักของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และเป็นคู่ค้ารายสำคัญที่สามารถหาคู่ค้ารายอื่นทดแทนได้ยาก รวมถึงมูลค่าการซื้อ – ขาย/การจ้างงานระหว่างกันอยู่ในลำดับที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 แสดงรายละเอียดบริษัทคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน (Tier - 1 Supplier) ดังนี้
| รายละเอียดคู่ค้า | จำนวน (ราย) |
|---|---|
| บริษัทคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน (Tier - 1 Supplier) | 96 |
| คู่ค้าหลักรายลำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Tier - 1 Supplier) | 6 |
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานที่เน้นการคัดเลือก ประเมิน และบริหารจัดการคู่ค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างขีดความสามารถของคู่ค้าให้เติบโตอย่างรับผิดชอบร่วมกัน ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์และจัดกลุ่มคู่ค้าที่มีความสำคัญทางธุรกิจ (Significant Supplier) โดยใช้หลักเกณฑ์ด้านความสำคัญเชิงธุรกิจและระดับความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย
- คู่ค้าหลักรายลำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Tier - 1 Supplier ) หรือ
- คู่ค้าหลักรายลำคัญที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในระดับวิกฤติและระดับสูง (Critical Tier - 1 and High Potential ESG Risk Supplier)
ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์กลุ่มคู่ค้าดังกล่าวเพื่อจัดลำดับคู่ค้าหลักรายลำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Tier-1 Supplier) โดยใช้จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า Supplier Code of Conduct: SCOC (จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า: จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า ) มาใช้เป็นกรอบหลักในการกำกับการดำเนินงานของคู่ค้า โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire: SAQ) เพื่อสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจสำหรับคู่ค้าที่จะใช้ในการประเมินตนเอง และตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด ติดตามความเสี่ยง ที่ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามที่ได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า และผลักดันให้คู่ค้าพัฒนามาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสในระบบห่วงโซ่อุปทาน โดยประกอบด้วยการดำเนินการทั้งสิ้น จำนวน 8 ขั้นตอนตามรายละเอียดดังนี้
- รวบรวมรายชื่อคู่ค้าที่เป็นคู่สัญญาในปัจจุบัน
- วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของคู่ค้าที่มีนัยสำคัญทางธุรกิจ (Significant Supplier)
- สื่อสารและรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า
- คู่ค้าประเมินสถานะการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตนเอง (SCOC Online Self Assessment) เพื่อทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าในแต่ละราย
- สรุปผลการประเมินการจัดระดับคู่ค้า
- ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (Onsite ESG Audit) และรายงานผลต่อคู่ค้า
- กำหนดแนวทางและแผนในการบริหารจัดการของบริษัทฯ
- จัดให้มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ
ผลการประเมินของคู่ค้าด้วยวิธีการประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire: SAQ) ของคู่ค้าหลักรายลำคัญที่ทำธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ (Critical Supplier - Tier 1) จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ส่งแบบสำรวจการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณทางธุรกิจสำหรับคู่ค้าให้กับคู่ค้าของบริษัทฯ จำนวน 20 ราย โดยพิจารณาจากยอดชำระเงินรวม คิดเป็นร้อยละ 90 ของยอดชำระเงินให้กับคู่ค้าทั้งหมดของบริษัท
นอกจากการให้ความสำคัญในการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล บริษัทฯ ยังยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการเงินทุนของทั้งบริษัทฯ และคู่ค้า จึงได้กำหนดเป้าหมายของระยะเวลาในการชำระหนี้ของคู่ค้า ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน โดยกำหนดให้คู่ค้าของบริษัทฯ ทำการวางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน บริษัทฯ จะดำเนินการโอนเงินให้กับคู่ค้าผ่านบัญชีธนาคารโดยใช้ระบบ Smart ซึ่งคู่ค้าจะได้รับเงินตามรอบเวลาที่กำหนด โดยในปี 2568 ระยะเวลาเฉลี่ยของการชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าอยู่ที่ 67 วัน ซึ่งไม่เกินระยะเวลาการชำระหนี้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนด
| ระยะเวลาการชำระหนี้เฉลี่ย | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|
| 62 วัน | 47 วัน | 67 วัน |
การจัดซื้อ - จัดจ้าง และการขึ้นทะเบียนคู่ค้ารายใหม่
บริษัทฯ กำหนดระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อและการคัดเลือกคู่ค้า/ผู้รับเหมา ภายใต้ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 ได้แก่ ระเบียบการจัดซื้อ (QP-CO-005) และระเบียบการคัดเลือกคู่ค้าและผู้รับเหมา (QP-CO-004) เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ บริษัทฯ ใช้กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะงานจัดซื้อที่มีมูลค่า ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป และงานจัดจ้างที่มีมูลค่า ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป บริษัทฯ กำหนดให้มีการ เปรียบเทียบใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 ราย เพื่อคัดเลือกผู้ขายหรือผู้รับเหมาที่มีความเหมาะสมที่สุดตามเกณฑ์คุณภาพ ราคา การรับประกันสินค้า บริการหลังการขาย และความสามารถในการส่งมอบ ก่อนเสนอขออนุมัติจัดซื้อ/จัดจ้าง ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของ คู่ค้า/ผู้รับเหมาที่ต้องผ่านการประเมินเบื้องต้นก่อนขึ้นทะเบียน ดังต่อไปนี้
- มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 1 ปี และมีความเชี่ยวชาญตรงกับลักษณะงาน
- มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป
- มีเครื่องมือและอุปกรณ์เป็นของตนเอง
- มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ
- ดำเนินงานโดยให้ความสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรและพลังงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จึงมีการพิจารณาคัดเลือกที่จะร่วมงานกับคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยใช้เกณฑ์เรื่องของนโยบายความยั่งยืน ที่คู่ค้าได้เผยแพร่ผ่านทางรายงานความยั่งยืนหรือทางเว็บไซต์บริษัท โดยประเด็นที่ทางบริษัทฯ พิจารณา ได้แก่
| ประเด็นความยั่งยืน | ประเด็นที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|
| สิ่งแวดล้อม |
|
| สังคม |
|
| ธรรมาภิบาล |
|
การประเมินผู้ขายและผู้ให้บริการ
คู่ค้ารายใหม่ทุกบริษัทต้องผ่านการประเมินความเหมาะสมหลังการส่งมอบสินค้าและบริการ เพื่อบันทึกผลการประเมินลงในประวัติผู้ขาย/ผู้รับเหมา ก่อนขออนุมัติขึ้นทะเบียน โดยพิจารณาจากประเด็นสำคัญ ได้แก่
- คุณภาพของสินค้าและงานบริการ
- มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001, ฉลากเขียว
- มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
- มาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น มอก. 18001, มรท. 8001-2563
- ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ
- ระยะเวลาในการส่งมอบ
- การประสานงานและการบริการลูกค้า
- ปริมาณสินค้าที่ส่งมอบ
- สินค้าชำรุดหรือการส่งมอบที่ผิดพลาด
- ความครบถ้วนของเอกสารประกอบ
คู่ค้าที่มีจำนวนการสั่งซื้อมากกว่า 24 ครั้งต่อปี หรือมี คะแนนประเมินตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ และมีการทวนสอบทะเบียนคู่ค้าเป็นประจำทุก 1 ปี หากไม่มีการสั่งซื้อ/สั่งจ้างภายใน 3 ปี หรือได้คะแนนประเมินต่ำกว่า 80 คะแนน บริษัทฯ จะพิจารณาตัดออกจากทะเบียนผู้ขาย/ผู้รับเหมา
การส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจตามหลักจรรยาบรรณคู่ค้า ซึ่งให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจของคู่ค้าเอง นอกจากการประเมินผลการดำเนินงานตามจรรยาบรรณคู่ค้าแล้ว บริษัทฯ ยังให้คำแนะนำเชิงพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านความยั่งยืน โดยกำหนดกรอบการปรับปรุงตามประเด็น ESG ดังนี้
| การตรวจประเมินในประเด็น ESG | การส่งเสริมเพื่อการปรับปรุงบริษัทคู่ค้า |
|---|---|
| มิติสิ่งแวดล้อม | ประเด็นตรวจประเมิน
|
| มิติสังคม | 1. แรงงานและสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมและคำแนะนำ
|
2. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การส่งเสริมและคำแนะนำ
|
|
3. การพัฒนาชุมชนและสังคม การส่งเสริมและคำแนะนำ
|
|
| มิติกำกับดูแลกิจการ | 1. จริยธรรมทางธุรกิจ การส่งเสริมและคำแนะนำ
|
2. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การส่งเสริมและคำแนะนำ
|
การเลือกพื้นที่สำนักงานที่คำนึงถึงความยั่งยืนและสุขภาวะอย่างรอบด้าน
ในปี 2568 บริษัทฯ มีการคัดเลือกและดำเนินการใช้พื้นที่สำนักงานในโครงการที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล ด้านคุณภาพการพัฒนา การออกแบบ และการบริหารจัดการความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตในระยะยาว ผ่านกระบวนการคัดเลือกพื้นที่สำนักงานที่ส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน ควบคู่กับการออกแบบอาคารที่คำนึงถึง การใช้งานอย่างยั่งยืน โดยสำนักงานของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในอาคาร KingBridge Tower ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 12.5 ของพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดที่ ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับประเทศและสากลโดยรางวัลและการรับรองที่สำคัญ ดังนี้

รางวัลด้านการพัฒนาและการออกแบบอสังหาริมทรัพย์
อาคารสำนักงานได้รับการยอมรับจากเวทีรางวัลอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ครอบคลุมด้านคุณภาพการพัฒนาความยั่งยืน และการออกแบบ รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความโดดเด่นของโครงการในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้งานในระยะยาว และการสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียได้แก่
- PropertyGuru Asia Property Awards และ PropertyGuru Thailand Property Awards ในสาขา Best Office Development, Best Interior Design, Best Office Architectural Design และ Best Sustainable Development
- DOT Property Southeast Asia Awards สาขา Best Iconic Urban Development
- FIABCI-Thai Prix d’Excellence Awards สะท้อนความเป็นเลิศด้านการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน
- The Quality Choice Prize ตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล

การรับรองด้านอาคารสีเขียว สุขภาวะและเทคโนโลยีอาคาร
อาคารสำนักงานที่บริษัทฯ เลือกใช้ได้รับการรับรองมาตรฐานสำคัญเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนประกอบด้วย
- Fitwel 3-Star Rating Rating เป็นอาคารแบบ Multi-Tenant Base Building แห่งแรกในทวีปเอเชียที่ได้รับการรับรอง Fitwel ระดับสูงสุด สะท้อนการออกแบบอาคารที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร
- LEED Certified (อยู่ระหว่างมุ่งสู่ระดับ LEED Gold) แสดงถึงการออกแบบอาคารที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การจัดการทรัพยากรน้ำ วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดอายุอาคาร
- Thailand’s First Sustainability Pilot Project (CECI – Circular Economy in Construction Industry) เป็นโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย โดยใช้แนวคิด Green, Circular และ Low Carbon เพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
- WiredScore Platinum Certification การรับรองระดับสูงสุดด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
คู่ค้า
ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณคู่ค้า
พนักงาน/ผู้บริหาร
- กำกับดูแลและตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อและการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
- ดำเนินงานตามแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ภาครัฐ
ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน และข้อกำหนดทางกฎหมาย