ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการประเด็นด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนในการประกอบกิจการและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ครอบคลุม พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ชุมชนโดยรอบ รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางอัตลักษณ์ทางเพศ (LGBTQIA+) กลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ด้อยโอกาส โดยให้การยอมรับในความแตกต่างทั้งด้านความคิด วัฒนธรรม และสังคมอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ

บริษัทฯ ตระหนักว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ชื่อเสียงองค์กร และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้น เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการป้องกันและจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จึงได้จัดทำและประกาศใช้นโยบายสิทธิมนุษยชน โดยยึดแนวปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และบูรณาการแนวทางดังกล่าวไว้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจขององค์กร นอกจากการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยได้จัดทำและประกาศใช้นโยบายความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงาน ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การไม่บังคับใช้แรงงาน การไม่ใช้แรงงานเด็ก การไม่เลือกปฏิบัติ และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การเคารพสิทธิแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ การป้องกันการคุกคามทางเพศและความรุนแรงในสถานที่ทำงาน การดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

นโยบายดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นกรอบแนวปฏิบัติสำหรับพนักงานและผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสนับสนุนความเสมอภาคและความเท่าเทียมอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย ประจำปี 2568

  • ข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรและจากการดำเนินกิจการของบริษัท 0 เรื่อง
  • บริหารจัดการประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทางตรงในห่วงโซ่ทางธุรกิจร้อยละ 100

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรและจากการดำเนินกิจการของบริษัท 0 เรื่อง

บริหารจัดการประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทางตรงในห่วงโซ่ทางธุรกิจร้อยละ 100

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความเท่าเทียมทางเพศ

ลดความเลื่อมล้ำ

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ โดยการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และการบริการขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจสวนอุตสาหกรรมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ หรือความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมการทำงานและความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานภายในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดกระบวนการ การตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ครอบคลุมการระบุ ประเมิน ป้องกัน บรรเทา และติดตามผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ กระบวนการดังกล่าวดำเนินการตามหลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถจัดการความเสี่ยงจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างเหมาะสม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

นโยบายสิทธิมนุษยชน นโยบายความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงาน

ผลการประเมินความเสี่ยงและการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญของแต่ละกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง (Actual) หรือโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (Potential) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทั้ง 4 ด้าน โดยผลการวิเคราะห์ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการป้องกัน บรรเทา และติดตามผล เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ รวมถึงวิเคราะห์เหตุการณ์หรือสถานการณ์ด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร โดยใช้หลักการประเมินความเชื่อมโยงขององค์กรหรือกิจกรรมขององค์กรกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนใน 3 ลักษณะ ได้แก่

Cause

องค์กรหรือกิจกรรมขององค์กร เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดผลกระทบ

Contribute

องค์กรหรือกิจกรรมขององค์กร มีส่วนร่วมทำให้เกิดผลกระทบ

Linked to

องค์กรหรือกิจกรรมขององค์กร มีความเชื่อมโยงกับผลกระทบ ผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน มาตรการเพื่อยุติ ลดและป้องกันความเสี่ยง มาตรการเยียวยาผลกระทบ
1. สิทธิด้านแรงงาน
1.1 สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย/ไม่เหมาะสม นำไปสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพ เกิดอุบัติเหตุ เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ, อุปกรณ์ไม่พร้อมต่อการทำงานบนที่สูง
  1. จัดทำนโยบายความปลอดภัย
  2. จัดให้มีการอบรมก่อนการดำเนินงาน
  3. กำหนดระบบขั้นตอนการขออนุญาติทำงาน (Work Permit)
  4. ตรวจสอบความครบถ้วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยก่อนเริ่มดำเนินงาน
  1. ออกข้อกำหนดในสัญญาการจ้างงานให้เหมาะสมกับผู้รับเหมา
1.2 ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสัญญาจ้างงาน เช่น การจ่ายค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม
  1. มีโนบายด้านสิทธิมนุษยชน
  2. ระบุในสัญญาจ้างให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด
  3. มาตรการในการตรวจสอบ Man Power ประจำสัปดาห์
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
1.3 การเลิกจ้างงานโดยไม่มีสาเหตุ
  1. มีโนบายด้านสิทธิมนุษยชน
  2. มีมาตรการในการจ้างงานที่ชัดเจน หรือหข้อกำหนดในการเลิกจ้าง พร้อมทั้งจัดให้มีสัญญาการจ้างงานที่เป็นธรรมแก่แรงงาน
  1. มาตรการชดเชย หรือมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
1.4 ข้อมูลส่วนบุคคล(พนักงาน/ผู้รับเหมา) รั่วไหล เช่น หมายเลขบัตรประชาชน
  1. กำหนดให้มีนโยบาย PDPA
  2. จัดให้มีการอบรมพนักงาน
  3. กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
  4. มาตรการการป้องกันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือจัดลำดับการเข้าถึงข้อมูล
  5. จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน
  6. กำหนดบทลงโทษ
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
  2. การให้คำมั่นสัญญา
  3. มาตรการชดเชย หรือมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
1.5 การใช้แรงงานเด็ก แรงงานต่างด้าว แรงงานบังคับ หรือแรงงานอื่นๆที่ผิดกฎหมาย
  1. จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าของธุรกิจ / เผยแพร่ / ให้ความรู้กับผู้รับเหมาช่วง
  2. จัดทำกระบวนการตรวจสอบคู่ค้า
  3. ทำสัญญาโดยนำข้อกำหนดในจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจมาบังคับใช้ในสัญญา
  4. จัดทำระบบ Vender List เพื่อคัดเลือกคู่ค้าที่มีคุณภาพ
  5. จัดให้มีช่องทางร้องเรียน
  1. อำนวยความสะดวก ประสานงานกับผู้รับเหมาให้เยียวยากับแรงงานเด็ก
  2. ชดเชยเงิน เพื่อเป็นค่าทำขวัญและปลอบขวัญ ของเยี่ยมไข้ ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าทำศพ ตามความเหมาะสม
1.6 การข่มขู่ คุกคาม และการล่วงละเมิดทางเพศ ทุกรูปแบบ/td>
  1. มีโนบายด้านสิทธิมนุษยชน
  2. กำหนดช่องทางร้องเรียน
  3. จัดตั้งคณะกรรมการ ที่มีความโปร่งใส และเป็นกลาง
  4. มีมาตรการลงโทษ
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
  2. การให้คำมั่นสัญญา
1.7 การเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับความเท่าเทียม เช่น เพศ , ศาสนา, อายุ
  1. มีโนบายด้านสิทธิมนุษยชน
  2. กำหนดช่องทางร้องเรียน
  3. จัดตั้งคณะกรรมการ ที่มีความโปร่งใส และเป็นกลาง
  4. มีมาตรการลงโทษ
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
  2. การให้คำมั่นสัญญา
  3. มาตรการชดเชย หรือมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมโดยเฉพาะกลุม
2. สิทธิด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.1 การปนเปื้อนมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ อากาศ เสียง
  1. นโยบายสิ่งแวดล้อม
  2. จัดให้มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  3. จัดให้มีการตรวจสอบ /ติดตามผล
  4. จัดให้มีการอบรมพนักงาน / ผู้รับเหมา
  5. สัญญากับผู้รับเหมา
  6. จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน
  1. ประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไข
  2. เข้าพูดคุยผู้ได้รับผลกระทบ
  3. ชดเชยค่าเสียหาย / แก้ไข
  4. ประเมินความเสียหาย
  5. ให้คำมั่นสัญญา
2.2 การจัดการของเสียและวัตถุอันตรายที่ไม่เหมาะสม
  1. นโยบายสิ่งแวดล้อม
  2. จัดให้มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  3. จัดให้มีการตรวจสอบ
  4. จัดให้มีการอบรมพนักงาน / ผู้รับเหมา
  5. สัญญากับผู้รับเหมา/ลูกค้า
  6. จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน
  1. เข้าพูดคุยผู้ได้รับผลกระทบ
  2. ประเมินความเสียหาย
  3. ชดเชยค่าเสียหาย / แก้ไข
2.3 การใช้ทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติร่วมกัน
  1. จัดหาแหล่งน้ำสำรอง
  1. เข้าพูดคุยผู้ได้รับผลกระทบ
  2. ประเมินความเสียหาย
  3. ชดเชยค่าเสียหาย / แก้ไข
3. สิทธิของลูกค้า/ผู้บริโภค
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เช่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้า , สัญญาเช่าอาคาร
  1. กำหนดให้มีนโยบาย PDPA
  2. จัดให้มีการอบรมพนักงาน
  3. จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน
  4. กำหนดบทลงโทษ
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
  2. การให้คำมั่นสัญญา
  3. มาตรการชดเชย หรือมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
3.2 การมอบสินค้าและบริการที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความปลอดภัย
  1. มีการตรวจสอบสินค้าและบริการร่วมกับลูกค้าก่อนส่งมอบ
  1. มีการแก้ไขปรับปรุงให้ตามระยะเวลารับประกัน
3.3 กระบวนการแก้ไขปัญหา เช่น แก้ไขปัญหาล่าช้า
  1. ปฏิบัติตาม KPI ที่กำหนด
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางในแก้ไข และเยียวยาที่เป็นธรรม
4. สิทธิในที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ
4.1 เกิดข้อร้องเรียนจากการละเมิดสิทธิในที่อยู่อาศัย เช่น น้ำท่วม, เสียงดัง
  1. กำหนดขั้นตอนและหน่วยงานรับผิดชอบ
  2. จัดให้มีช่องทางการร้องเรียน
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางที่พึงพอใจ
  2. ให้คำมั่นสัญญา
4.2 ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ในการประกอบอาชีพ
  1. กำหนดนโยบายสิทธิส่วนบุคคล
  2. กำหนดขั้นตอนและหน่วยงานรับผิดชอบ
  3. จัดให้มีการอบรมให้ความรู้พนักงาน
  4. จัดให้มีช่องทางการร้องเรียน
  1. เข้าพูดคุย/หารือ เพื่อหาแนวทางที่พึงพอใจ
  2. ให้คำมั่นสัญญา
  3. ชดเชยพื้นที่ทดแทน
  4. พัฒนาอาชีพและชีวืตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในปี 2568 ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในระดับสูงและประเด็นความเสี่ยงสำคัญ (Salient Issue) ซึ่งประกอบด้วย สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย/ไม่เหมาะสม นำไปสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพ เกิดอุบัติเหตุ การปนเปื้อนมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและเกิดข้อร้องเรียนจากการละเมิดสิทธิในที่อยู่อาศัย ได้รับการทบทวนเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ และมาตรการในการเยียวยาหากเกิดเหตุในกรณีดังกล่าว และลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับต่ำและยอมรับได้ครบถ้วน ร้อยละ 100

การประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่มพนักงาน (Human Rights Impact Assessment) เพื่อทบทวนและยืนยันผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนหน้า โดยการประเมินดังกล่าวครอบคลุมพนักงานของบริษัทฯ และกิจกรรมที่บริษัทฯ มีอำนาจในการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ทรงสิทธิภายในที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก การประเมินผลกระทบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่มพนักงาน รวมถึงการประเมินประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ได้นำมาใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนตามแนวทางสากล และสามารถป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

จำนวนพนักงาน

234 คน

จำนวนพนักงาน ที่ตอบแบบสอบถาม

147 คน

สรุปผลการประเมินผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่มพนักงาน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้าหลัก (Critical Tier 1 Suppliers)

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้าหลักรายสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) ผ่านกระบวนการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบกิจการ (On-site ESG Audit) เพื่อยืนยันการปฏิบัติตาม จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ของบริษัทฯ

การประเมินดังกล่าวครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เช่น การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงาน การไม่เลือกปฏิบัติ และการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่าคู่ค้าหลักของบริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด และไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสาระสำคัญ (Salient Human Rights Issues)

ช่องทางการร้องเรียน

บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้พนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียน โดยจัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนในด้านสิทธิมนุษยชน และประเด็นที่ขัดต่อกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ จรรยาบรรณ พร้อมทั้งมีกลไก ในการคุ้มครองผู้ที่ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสจะเข้าถึงข้อมูลการร้องเรียนได้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น รวมถึงเก็บรักษาข้อมูลต่างๆ ไว้เป็นความลับ และมีการตั้งคณะกรรมการ สอบสวนข้อร้องเรียนดังกล่าวอย่างเป็นธรรม และแจ้งผลกลับไปยังผู้ร้องเรียนตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม โดยจัดให้มีและกำหนดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนไว้ผ่านช่องทางต่างๆ

การส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ที่ดี และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสื่อสารและแสดงความคิดเห็นต่อฝ่ายบริหารอย่างเหมาะสม โดยจัดให้มีการแต่งตั้งตัวแทนพนักงานผ่านกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ ตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

คณะกรรมการสวัสดิการมีบทบาทหน้าที่ในการร่วมพิจารณาและหารือด้านการจัดสวัสดิการ ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อนายจ้าง รวมถึงสะท้อนข้อคิดเห็นและแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสภาพการทำงานที่เหมาะสมภายในองค์กร ทั้งนี้ บริษัทฯ สนับสนุนให้คณะกรรมการสวัสดิการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยอำนวยความสะดวกด้านการจัดประชุม การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพนักงานและองค์กร โดยบริษัทฯ ที่มีอำนาจบริหาร มีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ รวม 2 แห่ง ซึ่งมีผู้แทนของพนักงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ คณะกรรมการสวัสดิการ จำนวนทั้งสิ้น 10 คน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน

ได้รับการดูแลด้านสิทธิแรงงาน สภาพการทํางานที่ปลอดภัยและการพัฒนาศักยภาพ

คู่ค้าและซัพพลายเออร์

ได้รับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน และต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ

ชุมชนและสังคม

ได้รับการดูแลด้านคุณภาพชีวิต การพัฒนาอาชีพ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ

ลูกค้า

ได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย

ภาครัฐ/หน่วยงานกำกับดูแล

ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม และบริษัทดำเนินงานอย่างโปร่งใส