ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ให้เป็นสังคมเมืองแห่งความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน เนื่องจากพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ อุบัติเหตุทางการจราจร อัคคีภัย หรือเหตุสารเคมีหกรั่วไหลภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการวางมาตรการและกระบวนการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ได้นำแนวทางของระบบบริหารจัดการคุณภาพ (ISO 9001:2015) ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015) และมาตรฐานแรงงานไทย มรท. 8001-2563 มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Occupational Health and Safety : OHS) เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักให้แก่พนักงาน รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย ประจำปี 2568

  • จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน 0 ครั้ง
  • อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Rate: LTIR) 0 ครั้ง
  • การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการทำงาน 0 ครั้ง
  • การซ้อมอพยพ/รับมือเหตุฉุกเฉิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • จำนวนข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยจากชุมชน 0 เรื่อง
  • การละเมิดกฎหมายหรือค่าปรับด้านความปลอดภัย 0 ครั้ง

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน 0 ครั้ง

อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Rate: LTIR) 0 ครั้ง

การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการทำงาน 0 ครั้ง

การซ้อมอพยพ/รับมือเหตุฉุกเฉิน 1 ครั้ง

จำนวนข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยจากชุมชน 0 เรื่อง

การละเมิดกฎหมายหรือค่าปรับด้านความปลอดภัย 0 ครั้ง

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและใช้ในการดำเนินงาน โดยกำหนดรายละเอียดที่ต้องดำเนินการ ดังนี้

โครงสร้างการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ได้จัดให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการ ผู้บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ จนถึงพนักงานและผู้รับเหมา เพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และมุ่งสู่เป้าหมายการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ (Zero Accident)

บริษัทฯ กำหนดตำแหน่งที่มีชื่อบุคคลชัดเจน รับผิดชอบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในองค์กร โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ ทำหน้าที่ดูแล ควบคุม และส่งเสริมการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยภายในองค์กรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ มีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับคณะกรรมการบริษัท โดยนายวิชัย กุลสมภพ (Mr. Vichai Kulsomphob) ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท (Director) และยังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ขณะที่นายวรยศ ทองตัน (Mr. Vorayos Thongtan) ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (President) กรรมการบริษัท (Director) และกรรมการในคณะกรรมการความยั่งยืนกิจการ

นอกจานี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งให้นายวิชัย กุลสมภพ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการความยั่งยืนกิจการ (Chairman of the Sustainability Committee) และนายวรยศ ทองตัน เป็นกรรมการในคณะกรรมการความยั่งยืนกิจการ (Member of the Sustainability Committee) ตามกฎบัตรคณะกรรมการความยั่งยืน (Sustainability Committee Charter) ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืน รวมถึงการกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย พร้อมทั้งบูรณาการประเด็นดังกล่าวเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจและการประเมินความเสี่ยงขององค์กร ตลอดจนติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ

ด้วยเหตุนี้ นายวิชัย กุลสมภพ และนายวรยศ ทองตัน จึงดำรงตำแหน่งทั้งผู้บริหารระดับ C-level (CEO และ President ตามลำดับ) และกรรมการบริษัท (Board of Directors) ที่รับผิดชอบด้านความยั่งยืน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในองค์กร

การส่งเสริมวัฒนธรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

นอกเหนือจากการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า ไปจนถึงผู้รับเหมาและคู่ค้า บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานให้ไม่มีการบาดเจ็บจนถึงขั้นหยุดงาน (Zero Accident / Zero Lost Time Injury) และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงจากการทำงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ปฏิบัติงานทุกคน

การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุและการดูแลสุขภาพของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกกิจกรรมการทำงานภายในพื้นที่ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ผ่านกระบวนการบ่งชี้อันตราย การประเมินระดับความเสี่ยง และการกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ การเจ็บป่วยจากการทำงาน และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งแบบรายงานผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน แผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย และแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการประจำปี ต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอย่างถูกต้องครบถ้วน

ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับเหมา

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ โดยกำหนดมาตรการและแนวทางการปฏิบัติงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างชัดเจน พร้อมสื่อสารนโยบายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยให้ผู้รับเหมาทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำวิธีการปฏิบัติงานเรื่องการขออนุญาตทำงานที่มีความเสี่ยง (Work Instruction: WI-CO-018) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุม ตรวจสอบ และอนุญาตการทำงานที่มีความเสี่ยงโดยครอบคลุมประเภทงานและขั้นตอนการทำงานอย่างเหมาะสม

การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับข้อกำหนดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ในมิติเมืองอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Safe & Eco-friendly Industry) โดยให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ อาทิ อัคคีภัย การรั่วไหลของสารเคมี และการรั่วไหลของน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงาน ผู้ประกอบการในพื้นที่ ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้จัดให้มีคู่มือรักษาความปลอดภัยและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ซึ่งจัดทำโดยคู่ค้าผู้ให้บริการด้านระบบบริหารจัดการภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ครอบคลุมการปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสื่อสาร เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่รถพยาบาล เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่จราจร โดยกำหนดบทบาท หน้าที่ และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เช่น การดับเพลิงขั้นต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และระบบสื่อสารฉุกเฉิน เพื่อให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพ ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายในการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที เพื่อจำกัดความรุนแรงของเหตุการณ์และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การบริหารจัดการความปลอดภัยด้านการจราจรและถนน

จากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ พบว่า ประเด็นด้านการจราจรและความปลอดภัยทางถนน เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่พนักงาน ผู้ประกอบการภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ และชุมชนโดยรอบให้ความสำคัญ เนื่องจากพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ มีปริมาณรถเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความหนาแน่นของการจราจรและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจากการบันทึกข้อมูลที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการขับขี่โดยประมาท บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยด้านการจราจร ทั้งภายในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์และชุมชนโดยรอบ โดยได้กำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติด้านการจัดการจราจรและความปลอดภัยทางถนนภายใต้ระบบบริหารจัดการคุณภาพ (ISO 9001:2015) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการควบคุม ดูแล และติดตามการเข้า-ออกพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์

กิจกรรมอบรมให้ความรู้หลักสูตร ด้านความปลอดภัย การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความปลอดภัยและการเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินทั้งในพื้นที่ดำเนินการและชุมชนโดยรอบ จึงได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Cardiopulmonary Resuscitation : CPR) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED) และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้กับพนักงาน ชุมชน นักเรียน ผู้รับเหมาที่มาปฏิบัติงานในพื้นของบริษัทฯ และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการให้ความรู้ เรื่อง การป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคจากการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพตนเอง และรับมือกับเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมสุขภาวะ ความปลอดภัย และการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามข้อกำหนดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยมุ่งหวังให้พนักงานและประชาชนในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการช่วยเหลือผู้อื่นในภาวะวิกฤต ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงาน สนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของสังคมโดยรวมอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทฯ จัดให้มีการอบรมด้านความปลอดภัย ดังนี้

1. บริษัท ไทยซีคอมรักษาความปลอดภัย จำกัด จัดอบรมในรูปแบบฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลอง เช่น การประเมินผู้หมดสติ การทำ CPR อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล การใช้เครื่อง AED อย่างปลอดภัย และการช่วยเหลือเบื้องต้นในภาวะฉุกเฉิน ใน 2 พื้นที่ของบริษัทฯ คือ สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม และ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 รวมจำนวนพนักงานทั้งสิ้น จำนวน 35 คน

2. ทีมวิชาชีพด้านอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลแม่สอด ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคจากการทำงาน การประเมินอาการผิดปกติที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีพนักงานและผู้รับเหมา เข้าร่วมการอบรม จำนวน 35 คน

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานควบคู่กับการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงจัดให้มีหลักสูตรอบรม หัวข้อ “โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม” ผ่านระบบการเรียนรู้ intranet ของบริษัท โดยมีพนักงานเข้าร่วมอบรมหลักสูตรทั้งสิ้น จำนวน 82 คน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และความตระหนักรู้ให้กับพนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำงาน รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ โดยวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการอบรมดังกล่าวเพื่อ

  • เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมการดูแลสุขภาพของพนักงานอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
  • สร้างความตระหนักรู้ด้านการป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน
สรุปจำนวนหลักสูตรส่งเสริมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ประจำปี 2568
ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ปี 2568

ในปี 2568 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการป้องกันอุบัติเหตุและการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย และมีเป้าหมายสูงสุดด้านความปลอดภัยที่เป็นไปตามเป้าหมายของมาตรฐานการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย คือ การมุ่งสู่ "อุบัติเหตุเป็นศูนย์" (Zero Accident) ผ่านการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการยกระดับสู่นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Town) โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรม

ผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบการร้องเรียนด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และไม่เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุจากการทำงานที่ส่งผลให้ต้องหยุดงานทั้งในกลุ่มพนักงานและผู้รับเหมา สะท้อนถึงประสิทธิผลของระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการดำเนินงานตามเป้าหมาย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ที่องค์กรได้กำหนดไว้ รวมถึงเป็นไปตามเป้าหมายของการเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Town) โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งมีรายละเอียดผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน/ผู้บริหาร

ได้รับการดูแลด้านสิทธิแรงงาน สภาพการทำงานที่ปลอดภัย และการพัฒนาศักยภาพ

คู่ค้า

ได้รับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน และต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ

ชุมชนและสังคม

ได้รับการดูแลด้านคุณภาพชีวิต การพัฒนาอาชีพ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ

ลูกค้า

ได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย

ภาครัฐ/หน่วยงานกำกับดูแล

ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม และบริษัทดำเนินงานอย่างโปร่งใส